มากกว่าแค่คลิปเต้น : ทำไมสโมสรกีฬาถึงควรต้องใช้บริการ “TikTok”

หลายคนอาจรู้จักแอปวิดีโอ TikTok จากไวรัลดังๆ ในบ้านเรา เช่น “ส้มหยุด”, “เพราะเราคือคนไทย”, “พักก่อนChallenge” ฯลฯ

TikTok (ทิ๊กท่อก) หรือที่คนไทยออกเสียงว่า “ติ๊กต๊อก” คือ แพลตฟอร์มโชเซียลมีเดีย ที่กำลังมาแรงสุดๆ ณ เวลานี้ 

ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น ที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง TikTok ยังตีตลาดแตกได้รับความนิยมไปทั่วโลก การันตีด้วยอดผู้ใช้งานมากกว่า 500 ล้านบัญชี รองรับถึง 75 ภาษา ภายในระยะเวลาแค่ 2-3 ปี TikTok เติบโตสวนกระแสธุรกิจอื่นช่วง โควิด-19 กลายเป็นสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก ถึง 2.4 ล้านล้านบาท

คอนเทนต์ที่บรรจุอยู่ใน TikTok ไม่ได้แค่เพียงคลิปตลกเลียนแบบ หรือคลิปการเต้นเท่านั้น แต่ยังรวบรวมเอาวิดีโอที่เนื้อหาหลากหลายประเภท ที่ขนาดสั้น กระชับ ดูสนุก เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ มาอยู่ใน TikTok จนสามารถครองใจคน Gen Z และ Gen Alpha ที่เป็นฐานผู้ใช้หลักของ TikTok 

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ, แบรนด์ประเภทไหน TikTok กำลังจะกลายเป็นแพลตฟอร์มที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการตลาดและประชาสัมพันธ์ ของโลกออนไลน์ยุคใหม่ … ถึงขั้นที่แม้แต่ สโมสรกีฬาอาชีพยุคใหม่ ก็ไม่อาจมองข้ามพลังของ TikTok ได้

15-60 วินาทีพลิกโลก

เชื่อว่าแทบทุกคน น่าจะคุ้นชินกับโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, YouTube, Twitter, Instagram, LINE, WeChat และก็เชื่ออีกด้วยว่า แทบทุกคนคงรู้จักคุณสมบัติของแพลตฟอร์มต่างๆ ลักษณะเด่นอย่างไร ที่เหมาะสมจะนำมาใช้ในการทำตลาด และสื่อสารกับผู้คน 

ช่องทางที่เราเขียนถึงข้างต้น แทบจะเป็นโชเซียลมีเดียพื้นฐาน ที่ใครๆ ก็ใช้กัน แต่สำหรับ TikTok นั้น เป็นอะไรที่ค่อนข้างใหม่มาก โดยเฉพาะกับสโมสรกีฬาในไทย เพราะมีเพียงแค่ 2 ทีมเท่านั้น ที่เปิด Channel อย่างเป็นทางการของสโมสร ได้แก่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

1

คำถามคนอาจยังสงสัยก็คือ TikTok มาจากไหน? เข้ามามีบทบาทและอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมกีฬาของโลกได้อย่างไร?

TikTok มีจุดเริ่มต้นในปี 2016 โดย บ. ByteDance สัญชาติจีน ได้เปิดตัว แอปพลิเคชัน ที่เป็นแหล่งรวมคลิปสั้น ชื่อว่า Douyin ก่อนจะมาประสบความสำเร็จอย่างมาก มียอดผู้ใช้งานมากถึง 100 ล้าน ภายในระยะเวลาแค่ปีเดียว จนมียอดผู้ชมเฉลี่ย 1,000 ล้านคลิปวิวต่อวัน 

ในปีต่อมา Douyin ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ Musical.ly ที่เป็นแอปซึ่งลักษณะคล้ายกัน ซึ่งมีฟีเจอร์ตัดต่อวิดีโอและใส่เพลงลงไป ก่อนที่ต่อมาจะทุ่มเงินซื้อกิจการของ Musical.ly และควบรวมสองฐานสมาชิกของสองแพลตฟอร์ม มาเป็น “TikTok”

2

TikTok มีจุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร เพราะออกแบบมาเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ ที่คนไม่ต้องการใช้เวลามากมาย กับการนั่งดูคลิปความบันเทิงเป็นเวลานาน ๆ และในขณะเดียวกัน TikTok ก็มีลูกเล่นและฟีเจอร์ต่างๆ ที่ช่วยให้ ผู้ใช้งาน สามารถตัดต่อคลิป ใส่ดนตรีประกอบ เอฟเฟกต์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ลดทอนความยุ่งยากในการตัดต่อผ่านโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ 

ทำให้ TikTok กลายเป็นพื้นที่สำหรับการแสดงความคิดสร้างสรรค์คลิปสั้นๆ ระยะเวลา 15-60 วินาที ไปอวดสู่สายตาสาธารณะ โดยที่ผู้ใช้บริการ สามารถเป็นได้ทั้ง ผู้ผลิตเนื้อหาและผู้ติดตามชม ได้ในตัวคนเดียวกัน 

นอกจากนี้ตัวแอป ยังแสดงผลคลิปวิดีโอเป็น หน้าจอแนวตั้ง เหมาะสำหรับการรับชมบน สมาร์ทโฟน และง่ายต่อการถ่ายทำ รวมถึงยังมีระบบการแสดงผล แบบเต็มจอทันที่เข้าโปรแกรม 

เมื่อเราเลือกรับชมเนื้อหาประเภทไหน Algorithm ของ TikTok จะประมวลผลคลิปลักษณะใกล้เคียงกัน มาเล่นต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ

บางคนตั้งใจแค่จะเลื่อนดูคลิปใน TikTok สักนิดหน่อย แต่มารู้ตัวอีกที ก็หมดเวลาไปหลายนาที เพราะเพลิดเพลินกับการรับชมวิดีโอในแอป จนตัวเลขบ่งชี้ว่า คนไทยใช้เวลาการดูคลิปใน TikTok เฉลี่ยวันละ 34-35 นาทีต่อคน เลยทีเดียว 

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ TikTok ทำให้องค์กร, แบรนด์ธุรกิจต่าง ๆ หันมามอง TikTok เป็นอาวุธเด็ดในการรุกตลาดออนไลน์ เนื่องจากข้อได้เปรียบของ TikTok คือ สามารถสร้างประสบการณ์ร่วม ระหว่างองค์กรธุรกิจ (รวมถึงสโมสรกีฬาอาชีพ) กับผู้ใช้งาน TikTok 

ยกตัวอย่าง Samsung ที่ดึงเอาวง Blackpink พรีเซนเตอร์ของ โทรศัพท์มือถือรุ่น Galaxy A มาทำแคมเปญ #DanceAwesome ท้าผู้ใช้งานเต้นตาม 4 สาว Blackpink ปรากฏว่าแคมเปญดังกล่าว ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีคนทำคลิปติด Hashtag นี้ รวมยอดวิวแล้วมากถึง 2.3 หมื่นล้านวิว 

หรือตัวอย่างที่น่าจะทำให้เห็นภาพชัดเจน อย่าง Nike ที่ผุดแคมเปญ #TheReplay ก็สามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้ใช้งาน TikTok จนมียอดวิวรวมกันมากถึง 1.3 หมื่นล้านวิว

แค่เท่านี้ก็น่าจะพอมองภาพออกกันแล้วใช่ไหมครับว่า TikTok มีพลังมากขนาดไหน ในด้านการตลาด? และทำไมสโมสรกีฬาจึงไม่ควรมองข้าม TikTok และปล่อยให้คนจำนวนมากหลุดมือไป

เข้าถึงคนรุ่นใหม่ 

ฐานผู้ใช้งานส่วนใหญ่ของ TikTok กว่า 70 เปอร์เซนต์ คือ คนเจเนอเรชั่น Z และ Alpha ที่มีอายุต่ำกว่า 24 ปีลงไป ผู้บริโภคในเหล่านี้ ล้วนเป็นเด็ก เยาวชน และวัยหนุ่ม-สาว ที่เติบโตมาในสภาพแวดล้อม บริบททางสังคมที่แตกต่างกับรุ่นพ่อแม่ของพวกเขา

4

เด็ก Gen Z, Gen Alpha เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีตั้งแต่อายุน้อยๆ นั่นทำให้พวกเขารับรู้ข่าวสาร เข้าถึงข้อมูลได้เป็นจำนวนมากบนโลกออนไลน์ มีความสนใจที่หลากหลาย ส่งผลให้พวกเขาเป็น ผู้บริโภคที่มีการตัดสินใจรวดเร็ว มีความกล้าแสดงออก เปิดกว้างทางความคิด และไม่ชอบรออะไรนานๆ 

จากพฤติกรรมที่ว่ามาทั้งหมด ไม่แปลกใจเลย ที่แอป TikTok จะเข้าถึงและตอบโจทย์ วัยรุ่นสมัยนี้ เพราะนี่คือพื้นที่พวกเขา สามารถได้ดูคลิปเจ๋งๆ จากทั่วโลก และสามารถมีส่วนร่วมกับแคมเปญของแบรนด์ระดับโลก ไปจนถึง Hashtag ของร้านค้าระดับท้องถิ่น 

นอกจากนี้ ใน Tiktok ยังเอื้อต่อการสร้างตัวตนเป็น Infuencer หรือ TikTok-er ที่มีชื่อเสียงได้อย่างง่ายกว่าหลายช่องทาง

คุณไม่จำเป็นต้องมีผลงานการแสดงทางทีวี หรือเคยเป็นดารา, นักร้อง, เคยเป็น YouTuber มาก่อน เพียงแค่คุณมีความคิดสร้างสรรค์ และผลิตคลิปออกมาโดนใจผู้คน ก็สามารถโด่งดังใน TikTok ได้ เช่นกับในโลกกีฬา ต่อให้คุณไม่ได้เป็นนักกีฬาอาชีพ แต่หากคุณมีไอเดียเจ๋งๆ ในการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับ กีฬา ก็สามารถแจ้งเกิดได้เช่นกัน 

ไม่แปลกเลยที่ในต่างประเทศ สโมสรฟุตบอลดังๆ อาทิ ลิเวอร์พูล, บาร์เซโลนา, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เอซี มิลาน, เรอัล มาดริด, เชลซี ฯลฯ จะกระโดดลงมาอยู่ในแพลตฟอร์ม TikTok เพราะในยุคปัจจุบัน สโมสรกีฬา มักประสบปัญหาแฟนบอลรุ่นใหม่ เข้าสนามน้อยลง

5

ดังนั้น TikTok จึงเปรียบเสมือนประตูที่เชื่อมต่อ สโมสรเข้ากับคนรุ่นใหม่ ทำให้คน Gen Z, Gen Alpha เกิดการรับรู้แบรนด์ และความรู้สึกเชิงบวกต่อสโมสร ในแง่ที่พยายามปรับตัวเข้าหาพวกเขา มานำเสนอคลิปวิดีโอเจ๋งๆ แบบ Excusive รวมถึงผุดแคมเปญต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วม ระหว่างผู้ชมทางบ้าน กับสโมสร

แม้แต่ในสหรัฐอเมริกา โดยปกติ แอปจากประเทศจีน มักจะไม่สามารถตีฐานผู้ใช้งานใน อเมริกา ได้ ไม่เพียงเท่านั้น TikTok ยังเคยถูกตั้ง ข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านข้อมูลผู้ใช้งาน จากรัฐบาลสหรัฐฯ

แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดการเติบโตของ TikTok ในอเมริกาได้ เพราะแม้แต่สุดยอดลีกอเมริกันเกมส์ อย่าง NBA, MLB, NFL, NHL ยังต้องลงมาเปิดบัญชี TikTok อย่างเป็นทางการ 

ไม่เพียงเท่านั้น ทีมในลีกระดับโลก ก็ต่างสร้างช่องของตัวเอง รุกตลาด TikTok กันอย่างจริงจัง จนเกิดแคมเปญ และ Challange ต่างๆ มากมาย นับไม่ถ้วน 

Nilay Shah ผู้อำนวยฝ่ายดิจิตัลและโชเซียล มีเดียของ นิวยอร์ค ไจแอนส์ สโมสรชั้นนำของศึก NFL พูดถึงมุมมองของทีม ที่มีต่อแพลตฟอร์ม TikTok ว่า “สิ่งที่เราทำกันอย่างมาก คือ มองหาอะไรที่เป็นกระแสใน TikTok มากกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ กลยุทธ์ของเราคือผลิตเนื้อหาที่ล้อไปกับเทรนด์ และสิ่งที่ผู้คนกำลังให้ความสนใจ อย่างทันท่วงที เพราะรู้ว่าทำออกมาได้ยิ่งเร็วมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งทำให้คอนเทนต์ของเราได้รับความนิยมมากขึ้นเท่านั้น”

โอกาสทองทางการตลาด

การเดินหมากของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บนแอป TikTok อาจเป็นเรื่องดูใหม่สำหรับ วงการกีฬาไทย แต่สำหรับในภาพรวมอุตสาหกรรมกีฬาโลก นี่ไม่ใช่ความแปลกใหม่ เพราะทีมชั้นนำในหลายๆ ชนิดกีฬา ที่มองเห็นโอกาส ล้วนไม่เคยปล่อยให้มันผ่านไปทั้งสิ้น 

6

ที่สำคัญช่วงเวลานี้ คือโอกาสทองอย่างยิ่ง สำหรับการเลือกที่ใช้ TikTok เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มโชเซียลมีเดีย ประจำสโมสร เพราะเป็นช่องทางที่ใช้ต้นทุนการผลิต ต่ำมากต่อ 1 คลิป

ในขณะที่แพลตฟอร์มอื่นๆ อย่าง Facebook, YouTube การจะลงคลิปให้มีความน่าสนใจ และสร้างความนิยม อย่างน้อยก็ต้องใช้ทีมงานหลายคน ทั้ง ตากล้อง, ตัดต่อ, ครีเอทีฟ, พิธีกร เพื่อทำให้คลิปนั้นสมบูรณ์แบบ แต่ TikTok นั้น ถูกออกแบบให้สะดวก ง่ายดาย มีลูกเล่นเยอะ 

เพียงแค่ คนๆ เดียว มีมือถือ 1 เครื่องสำหรับถ่ายวิดีโอ ตัดต่อด้วยตัวเองในแอป แค่นี้ก็ได้คลิปลง TikTok ได้แล้ว 

ยกตัวอย่าง คลิป สารัช อยู่เย็น แนะนำตัวสั้นๆ ผ่านทางช่องสโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในแอป TikTok ความยาวคลิปไม่ถึง 10 วินาที แต่คลิปดังกล่าว มียอดวิวมากถึง 1.3 ล้านวิว 

7

แถมการทำการตลาดบน TikTok ยังสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ยุคใหม่ ที่ไม่ชอบคอนเทนต์แบบ ฮาร์ดเซล แต่จะเปิดใจรับแคมเปญ ที่ตัวเองสามารถมีส่วนร่วมมากกว่า  

โดยสรุป TikTok คือ แพลตฟอร์มที่เหมาะอย่างยิ่ง ต่อเพิ่มโอกาสในการขยายฐานความนิยมของสโมสร ไปสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ 

อาจไม่สามารถครอบคลุมได้ถึงคนทุกวัย เหมือนแพลตฟอร์ม โชเซียลมีเดียอื่นๆ แต่ก็มีพลังและอิทธิพลอย่างมาก ต่อกลุ่มคน Gen Z และ Gen Alpha ซึ่งเป็นอนาคตของสังคม ในภายภาคหน้า