[OPINION] ไปต่อหรือพอแค่นี้?! อนาคตของ “เซอร์ดาน ชากิรี” ในถิ่นแอนฟิลด์

หลายคนคิดว่า เซอร์ดาน ชากิรี จะย้ายออกจากลิเวอร์พูล ในตลาดนักเตะรอบนี้ แต่ด้วยเหตุผลมากมายเราก็อาจจะเชื่อได้ว่าเขาจะยังคงปักหลักในแอนฟิลด์ต่อไปอีกปี

ลิเวอร์พูลเพิ่งปล่อย เดยัน ลอฟเรน ให้กับ เซนิต เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และ อดัม ลัลลานา ให้ ไบรท์ตัน ขณะที่นักเตะอีกหลายคนอย่าง โลริส คาริอุส, แฮร์รี วิลสัน หรือ มาร์โค กรูยิช หากจะย้ายออกไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่กับ เซอร์ดาน ชากิรี แล้ว สถานการณ์มันก็ดูจะแตกต่างออกไป โดยเฉพาะกับการที่เขาเพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์จากแคมป์ฝึกซ้อมปรีซีซั่นที่ประเทศออสเตรียแล้วด้วย

f
“ทุกคนดูตื่นเต้นที่ตะได้ลงเล่นอีกครั้งเพื่อป้องกันสิ่งที่เราสามารถทำได้มาในฤดูกาลที่เพิ่งจบไป” แข้งทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ กล่าว

“การบาดเจ็บและไม่ได้ลงสนามมันทำให้คุณหัวเสียอยู่แล้ว แต่ผมเองก็ได้มองไปยังฤดูกาลหน้าพร้อมจะพยายามช่วยทีมให้ได้มากที่สุดตลอดเวลาเพื่อจะได้มีโอกาสเล่นอย่างฤดูกาลแรก”

“ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ที่สุดเพื่อช่วยทีมให้สามารถคว้าแชมป์มาให้ได้ นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผมแล้ว”

b
จากคำพูดนี้ก็ไม่เหมือนออกมาจากปากคนที่อยากจะย้ายทีมหรือคนที่ทีมเตรียมจะเขี่ยทิ้งแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันเปี่ยมไปด้วยความกระหายและทะเยอทะยานเสียด้วยซ้ำ

ฤดูกาลนี้ ชากิรีได้ลงสนามเพียง 10 นัดรวม 288 นาทีเท่านั้นจากทุกรายการ และในปี 2020 ก็ได้เล่นเพียง 17 นาที แต่เหตุผลหลักมันก็มาจากเรื่องของอาการบาดเจ็บ

แต่เมื่อย้อนกลับไปยังฤดูกาลแรกกับลิเวอร์พูล นักเตะหุ่นมะขามข้อเดียวรายนี้ก็ได้ลงไปถึง 30 เกมหรือ 1,500 นาที พร้อมทำสถิติยิงหรือแอสซิสต์ได้ในทุกๆ 112 นาทีด้วย

t
แน่นอนว่ามันอาจจะมีเรื่องแท็คติกที่ เยอร์เกน คล็อปป์ เปลี่ยนจาก 4-2-3-1 มาเป็น 4-3-3 แต่ถึงกระนั้น หากเขาฟิตก็ยังถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี พร้อมจะสามารถลงมาเปลี่ยนเกมได้แน่นอน

ขณะที่แม้เหมือนจะถูกลืมอยู่หน่อยๆ แต่กลับไม่มีข่าวลือของชากิรีกับสโมสรไหนเลยในตอนนี้ ซึ่งอาจจะเป็นด้วยการยังมีสัญญาเหลือถึง 3 ปี และทีมก็ไม่คิดจะปล่อยหรือขายในราคาต่ำกว่าที่ควรจะเป็นด้วย

จากหลายๆเรื่องที่กล่าวมาเราจึงน่าจะได้เห็นชากิรีเป็นหนึ่งในตัวเลือกในเกมรุกของคล็อปป์ในฤดูกาลหน้าที่จ่อจะเริ่มต้นแล้วด้วยโอกาสที่เกิน 90%

และด้วยการผันผวนของฟุตบอลที่เกิดขึ้นตลอดหากมีนักเตะคนไหนเจ็บยาวๆไป สุดท้ายแล้วฤดูกาลหน้า ชากิรีอาจจะได้กลับกลายมาเป็นคนสำคัญของลิเวอร์พูลแบบที่ไม่อาจคาดถึงก็เป็นได้